Responsive image
เมนูหลัก
หน้าหลัก
เกี่ยวกับตำบล
ประวัติความเป็นมา
สภาพทั่วไป
สภาพสังคม
สภาพทางเศรษฐกิจ
การบริการพื้นฐาน
สินค้า OTOP
สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
เกี่ยวกับเรา
วิสัยทัศน์/พันธกิจ
ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา
โครงสร้างส่วนราชการ
อำนาจหน้าที่
แผนพัฒนาท้องถิ่น
บุคลากร
คณะผู้บริหาร
สมาชิกสภา
หัวหน้าส่วนราชการ
สำนักงานปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
หน่วยตรวจสอบภายใน
ข่าวสารตำบล
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
ข่าวรับสมัครโอน/ย้าย
ข่าวบริหารงานบุคคล
แผนต่างๆ
คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
รายงานต่างๆ
ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ให้บริการต่อการให้บริการ
งานการเงิน - การคลัง
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร อบต.
ITA
ITA ปี พ.ศ. 2563
ข่าวสารเครือข่าย
ข่าวประชาสัมพันธ์เครือข่าย
ข่าวกิจกรรมเครือข่าย
ปฏิทินกิจกรรมเครือข่าย
ข่าวรับสมัครโอน/ย้ายเครือข่าย
สินค้า OTOP เครือข่าย
คู่มือประชาชน
สำนักงานปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
ระเบียบ
หนังสือสั่งการ สถ.
พรบ./พรก.
กฎระเบียบกระทรวง
คำสั่ง สถ.
มติ ก. อบจ.
มติ ก. เทศบาล
มติ ก. อบต.
ข้อบัญญัติ
กิจการสภา
เว็บบอร์ด
ช่องทางรับฟังความคิดเห็น
ข้อเสนอแนะ ติชม
รับเรื่องราวร้องทุกข์ - ร้องเรียนการทุจริต
เว็บบอร์ดเครือข่าย
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
แผนที่ดาวเทียม


v




หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
กินลม ชมเหยี่ยว ที่เขาเรดาร์
Responsive image
      ประเทศไทยมีรายงานพบ นกล่าเนื้อในเวลากลางวัน ประกอบด้วย เหยี่ยว นกอินทรีและอีแร้ง จำนวน ๕๕ ชนิด กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรีอพยพผ่านเขาเรดาร์ (สถานีทวนสัญญาณบ้านไชยราช) อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน  ๒๓ ชนิด โดยระหว่างปลายเดือน กันยายน ถึง ต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑ พบเหยี่ยวอพยพ จำนวน(อย่างน้อย) ๑๒๙,๑๒๓ ตัว โดยพบเหยี่ยวอพยพ ๖ ชนิดหลัก ที่มีจำวนมากกว่า ๑,๐๐๐ ตัว ได้แก่ เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน เหยี่ยวหน้าเทา เหยี่ยวผึ้ง เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น เหยี่ยวนกเขาชิครา
    สำหรับนักนิยมธรรมชาติหรือนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สนใจเดินทางไปชมเหยี่ยวอพยพ ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่พบเห็นได้ง่ายๆ ปีละครั้งในฤดูกาลอพยพต้นหนาว ควรให้เวลากับตนเองอย่างน้อย ๒-๓ ชั่วโมง ในการเฝ้ารอการอพยพผ่านของเหยี่ยวอพยพตามจุดต่างๆ ปริมาณการอพยพของเหยี่ยวแต่ละจุด จะผันแปรตามสภาพอากาศและทิศทางลม ดังนั้นควรอดทน เฝ้ารอแล้วจะได้ชมภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่มีโอกาศเห็นเหยี่ยวอพยพบินต่ำและใกล้ ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ -๑๑.๐๐ น. และ ๑๕.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.
     การเตรียมตัว ทั้งการแต่งกาย ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปรกะทันหัน ป้องกันได้ทั้งแสงแดด หรือฝน และอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น เก้าอี้นั่ง ร่มกันแดด และกล้องส่องนกซึ่งสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ใช้กล้องส่องนกเป็นประจำ เช่น นักดูนก ควรใช้กล้องที่มีกำลังขยาย ๘ เท่า ที่มีความกว้างห้าเลนส์ ตั้งแต่ ๒๔ มม.ถึง ๔๒ มม . เช่น กล้อง ๘X๒๔ หรือ ๘X๔๐ เป็นต้นไป กล้องส่องนกในกลุ่มนี้จะมีน้ำหนักเบาที่ถือได้ ระยะนาน ยามต้องส่งกราดติดตามฝูงเหยี่ยวอพยพที่เคลื่อนตัวลงใต้ จะช่วยเพิ่มอรรถรสให้การส่องชมเหยี่ยว ที่สำคัญ ไม่ควรใช้กล้องส่องนก ส่องไปที่ดวงอาทิตย์โดยตรง จะทำให้เกิดอันตรายต่อจอประสาทตาจนถึงกับตาบอดได้ ดังนั้นหากส่องดูนกเหยี่ยวบินไปข้างหน้าอยู่เพลินๆ ต้องระวังหากมุ่งไปทางดวงอาทิตย์
     ฝูงเหยี่ยวอพยพร่อนเหนือลมร้อน เรียกว่า "Kettle" จะลอยตัวสูงขึ้น เมื่อลมร้อนอ่อนแรงหนุนจะพบได้ง่าย ในสภาพอากาสชื้น หลังฝนตก) เหยี่ยวจำต้องกระพือปีกบินด้วยแรงตัวจากฝูงเหยี่ยวที่รวมตัวกันจะแตกออกเป็นสายยาวเรียกว่า " Streamingout" เมื่อเหยี่ยวอพยพบินตามกันมาเป็นสายคล้ายกระแสน้ำไหล เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "River of raptors"
      ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่มีโอกาสพบเห็นเหยี่ยวอพยพบินต่ำและใกล้ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๑.๐๐ น. และ ๑๕.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.
     เหยี่ยว นกอินทรี และอีแร้ง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ การล่าทำร้ายให้บาดเจ็บหรือตาย หรือดักจับเพื่อซื้อขาย นำมาเป็นสัตว์เลี้ยง เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
   ขอขอบคุณข้อมูลจาก กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรีในประเทศไทย
โพสเมื่อ : 26 ส.ค. 2554